Monday, January 9, 2012

แนวข้อสอบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ชุดที่ 1 ภาษาไทย

1.อักษรต่ำ มีทั้งหมดกี่ตัว
ก.24 ตัว
ข.11 ตัว
ค.9 ตัว
ง.44 ตัว
2.อักษรคู่ หมายถึงข้อใด
ก.อักษรต่ำที่คู่กับอักษรสูง แล้วสามารถผันวรรณยุกต์ได้ครบ 5 เสียง
ข.อักษรต่ำที่คู่กับอักษรสูง แล้วสามารถผันวรรณยุกต์ได้ครบ 4 เสียง
ค.อักษรต่ำที่คู่กับอักษรกลาง แล้วสามารถผันวรรณยุกต์ได้ครบ 5 เสียง
ง.อักษรสูงที่คู่กับอักษรกลาง แล้วสามารถผันวรรณยุกต์ได้ครบ 4 เสียง
3.คำในข้อใดมีตัวสะกดเป็นอักษรสูงทั้งหมด
ก.อากาศ   สบถ
ข.เก่งกาจ   ราชรถ
ค.บ่วงบาศ   เร่ร่อน
ง.อาพาธ   สังวาล
4.คำในข้อใดมีตัวสะกดเป็นอักษรต่ำทั้งหมด
ก.ลมโชย   กังวล
ข.ทัดดาว   ลูกศร
ค.ธุรกิจ   มิตรสหาย
ง.อักษร   องอาจ
5.คำในข้อใดมีตัวสะกดเป็นอักษรกลางทั้งหมด
ก.อาฆาต   กบฏ
ข.กล้วยทอด   หิ่งห้อย
ค.ติดตาม   บาปกรรม
ง.พิษร้าย   สุจริต
6.คำในข้อใดที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นทั้งหมด
ก.ธุระ   เยอะแยะ
ข.ตำนาน   สารบัญ
ค.ถูกใจ   อิดออด
ง.ฤๅษี   โอกาส
7.สระ “เอีย” เกิดจากการนำสระใดมาประสมกัน
ก.สระอี + สระอา
ข.สระอึ + สระอา
ค.สระเอ + สระอี
ง.สระอี + สระเอา
8.ขั้นตอนสุดท้ายของการพูดอธิบายเหตุผลคือข้อใด
ก.ประเมินผลการพูด
ข.สรุปเรื่องที่พูด
ค.ฝึกซ้อมเรื่องที่จะพูด
ง.เตรียมเรื่องที่จะพูด
9.คำถามใดไม่จำเป็นต้องใช้ในการสรุปใจความสำคัญของเรื่อง
ก.เท่าไหร่
ข.ใคร
ค.ทำอะไร
ง.อย่างไร
10.ข้อใดไม่ควรปฏิบัติในการอ่านจับใจความสำคัญ
ก.อ่านเฉพาะส่วนที่สนใจ
ข.อ่านผ่านๆ โดยตลอด
ค.อ่านให้ละเอียด
ง.อ่านทบทวนความเข้าใจ
11.วลี หมายถึงข้อใด
ก.คำที่นำมาเรียงกันแล้วมีความหมาย แต่มีใจความไม่สมบูรณ์
ข.เสียงที่เปล่งออกมาแล้วมีความหมายอาจมีพยางค์เดียวหรือหลายพยางค์
ค.เสียงที่เปล่งออกมาครั้งหนึ่งๆ อาจมีความหมายหรือไม่ก็ได้
ง.คำที่นำมาเรียงกันแล้วมีความหมาย และได้ใจความสมบูรณ์
12.ข้อใดเป็น วลี
ก.เย็นวันนี้
ข.นก
ค.กระ
ง.นกเกาะต้นไม้
13.พยางค์ หมายถึงข้อใด
ก.เสียงที่เปล่งออกมาครั้งหนึ่งๆ อาจมีความหมายหรือไม่ก็ได้
ข.เสียงที่เปล่งออกมาแล้วมีความหมายอาจมีพยางค์เดียวหรือหลายพยางค์
ค.คำที่นำมาเรียงกันแล้วมีความหมาย แต่มีใจความไม่สมบูรณ์
ง.คำที่นำมาเรียงกันแล้วมีความหมาย และได้ใจความสมบูรณ์
14.อุบัติเหตุ มีกี่พยางค์
ก.4 พยางค์
ข.3 พยางค์
ค.5 พยางค์
ง.6 พยางค์
15.คำ หมายถึงข้อใด
ก.เสียงที่เปล่งออกมาแล้วมีความหมายอาจมีพยางค์เดียวหรือหลายพยางค์
ข.คำที่นำมาเรียงกันแล้วมีความหมาย แต่มีใจความไม่สมบูรณ์
ค.เสียงที่เปล่งออกมาครั้งหนึ่งๆ อาจมีความหมายหรือไม่ก็ได้
ง.คำที่นำมาเรียงกันแล้วมีความหมาย และได้ใจความสมบูรณ์
16.คำใดมี 3 พยางค์ 
ก.อุปสรรค
ข.อธิปไตย
ค.อุบัติเหตุ
ง.พยัญชนะ
17.ประโยค หมายถึงข้อใด
ก.คำที่นำมาเรียงกันแล้วมีความหมาย และได้ใจความสมบูรณ์
ข.เสียงที่เปล่งออกมาแล้วมีความหมายอาจมีพยางค์เดียวหรือหลายพยางค์
ค.เสียงที่เปล่งออกมาครั้งหนึ่งๆ อาจมีความหมายหรือไม่ก็ได้
ง.คำที่นำมาเรียงกันแล้วมีความหมาย แต่มีใจความไม่สมบูรณ์
18.เมื่อนักเรียนอยู่ในห้องสมุด ควรปฏิบัติตนในการอ่านหนังสืออย่างไร
ก.อ่านในใจ
ข.อ่านออกเสียงชัดถ้อยชัดคำ
ค.เดินไปอ่านไป เพื่อให้จำสิ่งที่อ่านได้ง่ายขึ้น
ง.อ่านในมุมที่ค่อนข้างมืดจะได้มีสมาธิ
19.ประโยคมีส่วนประกอบสำคัญ 2 ส่วนคืออะไรบ้าง
ก.ภาคประธาน กับ ภาคแสดง
ข.ภาคประธาน กับ ภาคกรรม
ค.ภาคแสดง กับ ภาคกรรม
ง.ภาคประธาน กับ ภาคขยายประธาน
20.“ค้างคาวฝูงใหญ่บินอยู่บนท้องฟ้า” จากประโยคดังกล่าวภาคประธานคือส่วนใด
ก.ค้างคาวฝูงใหญ่
ข.ค้างคาว
ค.ค้างคาวฝูงใหญ่บิน
ง.ค้างคาวฝูงใหญ่บินอยู่บนท้องฟ้า
21.“ค้างคาวฝูงใหญ่บินอยู่บนท้องฟ้า” จากประโยคดังกล่าวภาคแสดงคือส่วนใด
ก.บินอยู่บนท้องฟ้า
ข.บิน
ค.บินอยู่
ง.บินบนฟ้า
22.ข้อใดไม่ใช่มารยาทในการอ่านที่ดี
ก.พับมุมหนังสือหน้าสุดท้ายที่อ่าน วันหลังจะได้มาอ่านต่อ
ข.ไม่พูดคุยหรือส่งเสียงรบกวนผู้อื่นในขณะอ่านหนังสือ
ค.เมื่อยืมหนังสือมาอ่าน ต้องรีบคืนทันทีที่อ่านจบ
ง.ไม่รับประทานอาหารขณะอ่านหนังสือ
23.ใครปฏิบัติตัวได้ถูกต้องขณะเข้าชมการแสดงในโรงละคร
ก.อัญชลีชมการแสดงอย่างตั้งใจ
ข.ชุลีพรนำอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปในโรงละคร
ค.ยุพาวิจารณ์การแสดงที่กำลังแสดงอยู่
ง.จักรพันธุ์นั่งหลับขณะชมการแสดง
24.ประโยคใดเป็นประโยคที่ต้องการคำตอบ
ก.สมุดเล่มนี้ใครซื้อมาหรือคะ
ข.เธออย่าบอกใครเชียวนะ
ค.ใครก็ตามที่ไม่ได้ทำการบ้านให้ออกมาหน้าห้อง
ง.ใครๆ เขาก็ชอบให้คนอื่นชมทั้งนั้นแหละ
25.ประโยคใดเป็นประโยคที่ไม่ต้องการคำตอบ
ก.อะไรๆ ก็มาลงที่ฉันทุกที
ข.เธอซื้ออะไรมาหรือ
ค.เขากำลังทำอะไร
ง.กระดาษทำมาจากอะไร
26.ถ้าต้องการคำตอบที่ต้องชี้แจงเหตุผล ต้องถามว่าอย่างไร
ก.ทำไม
ข.อะไร
ค.ที่ไหน
ง.เท่าใด
27.สุนัขในเรื่องมีลักษณะอย่างไร01*
ก.ผอมโซ
ข.อ้วนท้วนสมบูรณ์
ค.ตัวเล็ก
ง.ขนมีสีดำ
28.นิทานเรื่องนี้สรุปได้ว่าอย่างไร01*
ก.โลภมาก ลาภหาย
ข.น้ำขึ้นให้รีบตัก
ค.ปิดทองหลังพระ
ง.ทำดี ย่อมได้ดี
29.สุนัขเจอก้อนเนื้อวางอยู่ที่ไหน01*
ก.ข้างๆ ถังขยะ
ข.หน้าบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้าน
ค.ตีนสะพาน
ง.ทางเข้าหมู่บ้าน
30.ตอนสุดท้ายสุนัขได้กินเนื้อหรือไม่ อย่างไร01*
ก.ไม่ได้กิน เพราะมันทิ้งเนื้อลงไปในน้ำ
ข.ไม่ได้กิน เพราะมันแย่งเนื้อจากสุนัขตัวอื่นไม่ได้
ค.ได้กิน เพราะมันแย่งเนื้อจากสุนัขตัวอื่นได้
ง.ได้กิน เพราะมันวางเนื้อของมันไว้บนสะพาน
31.วรรณยุกต์มีกี่เสียง กี่รูป
ก.5 เสียง   4 รูป
ข.4 เสียง   5 รูป
ค.5 เสียง   5 รูป
ง.4 เสียง   4 รูป
32.ข้อใดเขียนการผันวรรณยุกต์ได้ถูกต้องครบถ้วน
ก.ไข  = ไข – ไข่ – ไข้
ข.กา  = กา – ก่า – ก้า
ค.คู  = คู – คู่ – คู้ – คู๊ – คู๋
ง.นอง  = นอง – น่อง – น้อง – น๊อง – น๋อง
33.อักษรคู่หมายถึงข้อใด
ก.อักษรต่ำที่มีเสียงคู่กับอักษรสูง
ข.อักษรกลางที่มีเสียงคู่กับอักษรสูง
ค.อักษรต่ำที่มีเสียงคู่กับอักษรกลาง
ง.อักษรสูงที่จับคู่กับอักษรสูงด้วยกันแล้วสามารถผันได้ครบ 5 เสียง
34.คำในข้อใดที่มีรูปของวรรณยุกต์ไม่ตรงกับเสียง
ก.ย่า
ข.เก้า
ค.เมา
ง.จาน
35.อักษรเดี่ยวหมายถึงข้อใด
ก.อักษรต่ำที่ไม่มีเสียงคู่กับอักษรสูง
ข.อักษรต่ำที่ไม่มีเสียงคู่กับอักษรกลาง
ค.อักษรสูงและอักษรกลาง
ง.อักษรต่ำทุกตัว
36.ข้อใดเป็นประโยคคำสั่ง
ก.จงตอบคำถามต่อไปนี้
ข.พ่อไม่ชอบกินทุเรียน
ค.วันเกิดใครตรงกับวันขึ้นปีใหม่
ง.ตำรวจมีหน้าที่จับโจรผู้ร้าย
37.“กรุณาตั้งใจฟัง” เป็นประโยคชนิดใด
ก.ประโยคขอร้อง
ข.ประโยคคำถาม
ค.ประโยคคำสั่ง
ง.ประโยคปฏิเสธ
38.ข้อใดเป็นประโยคคำถาม
ก.ตอนเย็นเธอคุยกับใคร
ข.เธอจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ฉันไม่เอาด้วย
ค.ใครก็ได้ช่วยด้วย
ง.ไม่มีใครชอบคนพูดโกหก
39.“อย่าเคี้ยวอาหารเสียงดัง” เป็นประโยคชนิดใด
ก.ประโยคคำสั่ง
ข.ประโยคบอกเล่า
ค.ประโยคปฏิเสธ
ง.ประโยคชักชวน
40.ข้อใดคือประโยชน์ของการเขียนแสดงความรู้สึก
ก.ทำให้คนอื่นรู้ถึงความคิดของเรา
ข.ทำให้เรียนหนังสือเก่ง
ค.ทำให้มีฐานะดี
ง.ทำให้เป็นคนขยันอดทน
41.ข้อใดเรียงลำดับตามพจนานุกรมได้ถูกต้อง
ก.ก้อง, ไขว่คว้า, ม้า, มิจฉา
ข.ขวด, ไขว่คว้า, ขจร, คว่ำ
ค.ปาน, ประชา, ป่วน, ปฏิบัติ
ง.จามรี, จิตใจ, จอมขวัญ, จากจร
42.ข้อใดเรียงลำดับตามพจนานุกรมได้ถูกต้อง
ก.พรรคพวก, พาหนะ, พิมเสน, พิรุณ
ข.ลักพา, ลอกคราบ, ลิเก, ลาสิกขา
ค.อาการ, ออกรอบ, อิเหนา, อ้วนท้วน
ง.สงสัย, สัมมนา, สินสอด, สกลนคร
43.ข้อใดเรียงลำดับตามพจนานุกรมได้ถูกต้อง
ก.วกวน, ว่องไว, ว่าว, เวียนว่าย
ข.น้า, น้ำใจ, นิสัย, นกกระเรียน
ค.ความคิด, คดโกง, โค้งงอ, คุดคู้
ง.เด็กดี, ด่วน, ด้าย, โดยเร็ว
44.เรียงลำดับคำต่อไปนี้ให้ถูกต้องตรงตามพจนานุกรม 1. ก่อน   2. กรรไกร   3. กลุ้ม   4. ไกล   5. กระบะ
ก.2, 5, 3, 1, 4
ข.1, 2, 3, 4, 5
ค.2, 1, 5, 3, 4
ง.5, 2, 3, 4, 1
45.บทอาขยาน หมายถึงข้อใด
ก.บทท่องจำ
ข.นิทาน
ค.บทความ
ง.เรียงความ
46.คำนาม หมายถึงข้อใด
ก.คำที่ใช้เรียกแทนชื่อคน สัตว์ สิ่งของ
ข.คำที่ใช้เรียกอาการหรือสิ่งที่กระทำ
ค.คำที่ใช้เรียกแทนคำสรรพนาม
ง.คำที่ใช้ขยายคำกริยา
47.วิสามานยนาม หมายถึงข้อใด
ก.คำนามชี้เฉพาะ
ข.คำนามไม่เฉพาะเจาะจง
ค.คำนามบอกหมวดหมู่
ง.คำนามบอกลักษณะ
48.คำในข้อใดจัดอยู่ใน สมุหนาม
ก.ฝูงผึ้ง
ข.ผึ้ง
ค.ผึ้งต่อย
ง.ตัว
49.ข้อใดไม่จัดเป็นอาการนาม
ก.การแพทย์
ข.การยิงเป้า
ค.การเตะฟุตบอล
ง.การร้องเพลง
50.ข้อใดใช้ ลักษณะนาม ไม่ถูกต้อง
ก.ไข่ 1 ใบ
ข.กล้วย 1 หวี
ค.ขลุ่ย 1 เลา
ง.ช้าง 1 เชือก
51.คำสรรพนาม หมายถึงข้อใด
ก.คำที่ใช้แทนคำนาม
ข.คำที่ใช้แทนคำกริยา
ค.คำที่ใช้แทนคำบุพบท
ง.คำที่ใช้เรียกแทนชื่อคน สัตว์ สิ่งของ
52.คำว่า “อนิยมสรรพนาม” อ่านว่าอย่างไร
ก.อะ-นิ-ยะ-มะ-สับ-พะ-นาม
ข.อะ-นิ-ยม-สับ-พะ-นาม
ค.อะ-นิ-ยม-มะ-สับ-พะ-นาม
ง.ออ-นิ-ยม-มะ-สับ-พะ-นาม
53.ข้อใดมี วิภาคสรรพนาม
ก.ต่างคนก็ต่างกลัวความมืด
ข.ใครๆ ก็ชอบขนมปัง
ค.นั่นปากกาของเธอ
ง.ของขวัญที่เธอให้มาสวยมาก
54.คำในข้อใดไม่จัดอยู่ใน ประพันธสรรพนาม
ก.บ้าง
ข.ที่
ค.อัน
ง.ซึ่ง
55.คำในข้อใดจัดเป็นคำสรรพนามทุกคำ
ก.เขา   ข้าพเจ้า
ข.ดิฉัน   นก
ค.เธอ   แม่
ง.ฉัน   น้อง
56.คำในข้อใดจัดเป็นคำนามทุกคำ
ก.ผีเสื้อ   เด็ก
ข.ผม   ท่าน
ค.คุณ   ยาย
ง.น้า   มัน
57.บทความ หมายถึงข้อใด
ก.ความเรียงที่มีเนื้อหาข้อมูลมาจากความจริง
ข.ความเรียงที่อ้างอิงเนื้อหาจากจินตนาการ
ค.ตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
ง.ร้อยกรองที่มีสัมผัสคล้องจองกัน
58.ข้อใดจัดเป็นสื่อตีพิมพ์
ก.หนังสือเรียน
ข.จดหมายอิเล็กทรอนิกส์
ค.โทรสาร
ง.สไลด์
59.ข้อใดจัดเป็นสื่อไม่ตีพิมพ์
ก.จดหมายอิเล็กทรอนิกส์
ข.นิตยสาร
ค.หนังสือพิมพ์
ง.ตำราอาหาร
60.บทความทางวิชาการ มีจุดมุ่งหมายเพื่ออะไรเป็นสำคัญ
ก.เพื่อถ่ายทอดความรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งทางวิชาการ
ข.เพื่ออธิบายสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
ค.เพื่อวิจารณ์สิ่งที่ได้พบเห็นเกี่ยวกับบุคคลต่างๆ
ง.เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความสนใจในสถานที่ที่กล่าวถึง
61.คำกริยาแบ่งออกได้เป็นกี่ประเภท
ก.4 ประเภท
ข.3 ประเภท
ค.5 ประเภท
ง.6 ประเภท
62.กริยาช่วย เรียกอีกอย่างว่าอะไร
ก.กริยานุเคราะห์
ข.วิกตรรถกริยา
ค.อกรรมกริยา
ง.สกรรมกริยา
63.ข้อใดเป็น สกรรมกริยา ทั้งหมด
ก.ฉีก   ปลูก
ข.บิน   เล่น
ค.ไหล   รัก
ง.เหมือน   หอน
64.ประโยคในข้อใดมี วิกตรรถกริยา
ก.หน้าตาของเธอเหมือนแม่
ข.สิตากำลังปลูกต้นไม้
ค.เธอต้องอ่านหนังสือมากๆ จึงจะสอบผ่าน
ง.ปัญญายิ้มมาแต่ไกล
65.ข้อใดไม่จัดอยู่ในหมวดคำกริยานุเคราะห์
ก.เพียง   ดุจ
ข.ควร   ต้อง
ค.แล้ว   จะ
ง.อาจ   จง
66.วิกตรรถกริยา เป็นคำกริยาลักษณะใด
ก.เป็นกริยาที่ต้องอาศัยส่วนเติมเต็ม
ข.เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรมมารองรับ
ค.เป็นคำกริยาที่ทำหน้าที่ช่วยคำกริยาอื่น
ง.เป็นคำกริยาที่ไม่ต้องมีกรรมมารองรับ
67.อกรรมกริยา เป็นคำกริยาลักษณะใด
ก.เป็นคำกริยาที่ไม่ต้องมีกรรมมารองรับ
ข.เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรมมารองรับ
ค.เป็นคำกริยาที่ทำหน้าที่ช่วยคำกริยาอื่น
ง.เป็นคำกริยาที่ต้องอาศัยส่วนเติมเต็ม
68.กริยาที่ต้องมีกรรมมารองรับ เป็นคำกริยาชนิดใด
ก.สกรรมกริยา
ข.อกรรมกริยา
ค.กริยานุเคราะห์
ง.วิกตรรถกริยา
69.“สุดารักแม่มาก” คำว่า รัก เป็นกริยาชนิดใด
ก.สกรรมกริยา
ข.อกรรมกริยา
ค.วิกตรรถกริยา
ง.กริยานุเคราะห์
70.ประโยคใดมีคำกริยานุเคราะห์
ก.นักเรียนควรช่วยแม่ทำงานบ้าน
ข.อาทรชอบผีเสื้อ
ค.ยุพินเคี้ยวหมากฝรั่ง
ง.อาลัยยิ้ม
71.คำวิเศษณ์หมายถึงข้อใด
ก.คำที่ใช้ประกอบคำอื่นให้มีความหมายชัดเจนขึ้น
ข.คำที่ใช้แสดงการกระทำหรืออาการต่างๆ
ค.คำที่ใช้เชื่อมถ้อยคำ ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
ง.คำที่ใช้เรียกแทนชื่อคน สัตว์ สิ่งของ
72.คำวิเศษณ์ในข้อใดต่างจากพวก
ก.มาก
ข.น้ำเงิน
ค.แข็ง
ง.แคบ
73.คำวิเศษณ์ในข้อใดไม่จัดอยู่ในชนิดเดียวกัน
ก.ช้า   น้อย
ข.สูง   ดำ
ค.บาง   บ้าง
ง.เหนือ   ไกล
74.ประโยคใดมีคำวิเศษณ์บอกอาการ
ก.กิ้งกือเคลื่อนที่ช้า
ข.นิรุธขับรถสีดำ
ค.ฉันนอนตื่นสายทุกวันหยุด
ง.ถังขยะตั้งอยู่หลังบ้าน
75.ข้อใดเป็นคำวิเศษณ์บอกสถานที่
ก.ใกล้
ข.บ่าย
ค.น้อย
ง.แคบ
76.ข้อใดเป็นคำวิเศษณ์บอกลักษณะทั้งหมด
ก.เหม็น   เบา
ข.ดำ   มาก
ค.เร็ว   เสีย
ง.กว้าง   บ่าย
77.“ลิงบางตัวซุกซนมาก” มีคำวิเศษณ์บอกจำนวนทั้งหมดกี่คำ อะไรบ้าง
ก.2 คำ คือ บาง, มาก
ข.3 คำ คือ บาง, ตัว, มาก
ค.1 คำ คือ มาก
ง.4 คำ คือ ลิง, บาง, ตัว, มาก
78.คำวิเศษณ์ในข้อใดเป็นคำวิเศษณ์บอกลักษณะ
ก.มรกตมีสีเขียว
ข.เสือดาววิ่งเร็ว
ค.พ่อเดินนำหน้าฉัน
ง.ดินสอทั้งหมดเป็นของสุธน
79.ข้อใดไม่จัดอยู่ในหลักปฏิบัติของการเขียน
ก.เขียนด้วยลายมือที่อ่านยากเพื่อให้คนอื่นสนใจ
ข.เขียนเว้นวรรคตอนให้ถูกต้อง
ค.ใช้ถ้อยคำสำนวนที่สุภาพ
ง.วางรูปสระและวรรณยุกต์ให้ถูกที่
80.การเขียนแบ่งออกเป็นกี่ประเภท
ก.3 ประเภท
ข.4 ประเภท
ค.2 ประเภท
ง.5 ประเภท
81.การเขียนเชิงสร้างสรรค์เป็นการเขียนขึ้นมาจากสิ่งใด
ก.จินตนาการและความคิดของผู้เขียน
ข.ข้อเท็จจริงที่หามาได้จากการค้นคว้า
ค.ข้อมูลที่ได้จากการฟังผู้อื่นเล่ามา
ง.จินตนาการและความคิดของนักวิชาการ
82.การเขียนประเภทใดที่ต้องใช้ภาษาที่กระชับและชัดเจน
ก.การเขียนเพื่อธุรกิจ
ข.การเขียนเชิงสร้างสรรค์
ค.การเขียนเพื่อนำเสนอความรู้
ง.การเขียนบันทึกแสดงความรู้สึก
83.ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ที่ได้จากการคิดไตร่ตรองก่อนพูด
ก.มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง
ข.มีแต่คนรักคนชอบ
ค.ทำให้มีเพื่อนเยอะ
ง.ทำให้ผู้ที่ได้ฟังรู้สึกสบายใจ
84.ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการคาดคะเนเหตุการณ์ล่วงหน้า
ก.ในอนาคตจะเป็นผู้วิเศษ สามารถทำนายอนาคตคนอื่นได้
ข.สามารถป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ร้ายแรงได้
ค.ช่วยให้เป็นคนที่มีความคิดรอบคอบ
ง.ทำให้รู้จักระมัดระวังตัวเอง ไม่ประมาท
85.ถ้านักเรียนเห็นเพื่อนนั่งร้องไห้เพราะสอบไม่ผ่าน นักเรียนจะพูดกับเพื่อนว่าอย่างไร
ก.ไม่ต้องเสียใจหรอก ตั้งใจและขยันเรียนให้มากกว่านี้เดี๋ยวก็สอบผ่าน
ข.โง่จัง ข้อสอบง่ายนิดเดียว แค่นี้ก็ทำไม่ได้
ค.ไม่เป็นไรหรอก เอาไว้สอบคราวหน้าเดี๋ยวฉันให้ลอกข้อสอบ
ง.ช่วยไม่ได้ ก็เธอไม่ตั้งใจเรียนเองนี่นา
86.ข้อใดเป็นคำบุพบทบอกความเป็นผู้รับทั้งหมด
ก.แด่   สำหรับ
ข.แก่   ชิด
ค.ด้วย   กับ
ง.ต่อ   โดย
87.คำบุพบทข้อใดต่างจากพวก
ก.กับ
ข.บน
ค.ริม
ง.ใน
88.ประโยคใดมีคำบุพบทบอกเวลา
ก.พี่ไม่กลับบ้านตั้งแต่เมื่อคืนวาน
ข.ดินสอของฉันหาย
ค.เขาเป็นศิลปินแห่งชาติ
ง.พ่อทำงานหนักเพื่อลูก
89.คำราชาศัพท์ หมายถึงข้อใด
ก.คำที่ใช้กับพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ พระสงฆ์ และสุภาพชน
ข.คำที่ใช้กับบิดามารดา ผู้มีอุปการคุณ พระสงฆ์ และสุภาพชน
ค.คำที่ไม่หยาบคาย และต้องใช้ให้ถูกต้องตามกาลเทศะและบุคคล
ง.คำที่ใช้พูดนำหน้าคำนาม หรือคำกริยาเพื่อเชื่อมหรือขยายคำที่อยู่ข้างหน้า
90.ข้อใดคือประโยชน์ในการเรียนรู้คำสุภาพและคำราชาศัพท์
ก.สามารถใช้ภาษาได้ถูกต้องสมฐานะของบุคคล
ข.ทำให้เรียนเก่ง และมีความจำแม่นยำ
ค.ทำให้เป็นคนพูดเก่ง และเด่นกว่าเพื่อนคนอื่นๆ
ง.ทำให้ขยันและตั้งใจเรียนหนังสือมากกว่าเดิม
91.อวัจนะภาษา อ่านว่าอย่างไร
ก.อะ-วัด-จะ-นะ-พา-สา
ข.ออ-วะ-จะ-นะ-พา-สา
ค.ออ-วัด- นะ-พา-สา
ง.อะ-วะ-จะ-นะ-พา-สา
92.อวัจนะภาษา หมายถึงข้อใด
ก.ภาษาที่ใช้สื่อสารกันด้วยกริยาอาการ แทนการพูดหรือเขียน
ข.ภาษาที่ใช้สื่อสารกันด้วยการพูด แทนการเขียน
ค.ภาษาที่ใช้สื่อสารกันด้วยการเขียน แทนการพูด
ง.ภาษาที่ใช้สื่อสารกันด้วยมือระหว่างคนปกติกับคนเป็นใบ้
93.ภาษาที่สร้างสัมพันธภาพที่ดีจะทำให้ผู้รับสารรู้สึกอย่างไร
ก.รู้สึกดี
ข.รู้สึกหดหู่
ค.รู้สึกฮึกเหิม
ง.รู้สึกต่อต้าน
94.สัมพันธภาพ หมายถึงข้อใด
ก.ความผูกพัน ความเกี่ยวข้อง
ข.ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน
ค.รูปภาพที่มีเนื้อหาสัมพันธ์กัน
ง.ภาพที่ถูกวาดขึ้นเพื่อแสดงความสัมพันธ์ต่างๆ
95.ข้อใดเป็นอวัจนะภาษา
ก.การผงกหัวขึ้นลง
ข.การตะโกน
ค.การอภิปราย
ง.การสนทนา
96.ทรงพระสุบิน หมายถึงกิริยาอาการใด
ก.ฝัน
ข.นอน
ค.เขียนหนังสือ
ง.ป่วย
97.อาพาธ หมายถึงกิริยาอาการใด
ก.ป่วย
ข.นอน
ค.สวดมนต์
ง.เดิน
98.“เขาสอบได้ที่ 1 ............เขาตั้งใจเรียนและขยันอ่านหนังสือ” ควรเติมคำใดในช่องว่าง
ก.เพราะ
ข.เมื่อ
ค.โดย
ง.ตั้งแต่
99.“เงิน 20 บาทที่วางอยู่บนโต๊ะเป็น.............ฉัน” ควรเติมคำใดในช่องว่าง
ก.ของ
ข.เพราะ
ค.แด่
ง.เฉพาะ
100.“อุเทนเป็นลมเพราะไม่ได้กินข้าว............เมื่อวาน” ควรเติมคำใดในช่องว่าง
ก.ตั้งแต่
ข.แม้แต่
ค.เพราะ
ง.เฉพาะ
101.คำสันธานหมายถึงข้อใด
ก.คำที่ใช้เชื่อมต่อถ้อยคำ
ข.คำที่ใช้ขยายถ้อยคำ
ค.คำที่ใช้แสดงอารมณ์
ง.คำที่ใช้ขยายคำบุพบท
102.“แต่, แต่ทว่า, ถึง....ก็” เป็นคำสันธานชนิดใด
ก.คำสันธานเชื่อมความที่ขัดแย้งกัน
ข.คำสันธานเชื่อมความให้คล้อยตามกัน
ค.คำสันธานเชื่อมความเป็นเหตุเป็นผลกัน
ง.คำสันธานเชื่อมความเปรียบเทียบ
103.คำสันธานแบ่งออกเป็นกี่ชนิด
ก.8 ชนิด
ข.4 ชนิด
ค.5 ชนิด
ง.6 ชนิด
104.“เธอจะไปกับเขา หรือจะไปกับฉัน” คำว่า หรือ เป็นคำสันธานประเภทใด
ก.คำสันธานเชื่อมความที่ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
ข.คำสันธานเชื่อมคำที่แบ่งรับแบ่งสู้
ค.คำสันธานเชื่อมความเปรียบเทียบ
ง.คำสันธานเชื่อมความให้สละสลวย
105.“ผู้ชายคนนั้นหน้าตาดี.............เทพบุตร” เติมคำสันธานที่ถูกต้องและเหมาะสมลงในช่องว่าง
ก.ราวกับ
ข.สุดแต่ว่า
ค.อนึ่ง
ง.เพราะว่า
106.“.........ฉันมาถึงบ้านฝน............ตก” เติมคำสันธานที่ถูกต้องและเหมาะสมลงในช่องว่าง
ก.พอ.......ก็
ข.ทั้ง.......ก็
ค.ถึง.......ก็
ง.หาก.......ก็
107.“เธอต้องทำการบ้านให้เสร็จ ...........จะถูกครูตี” เติมคำสันธานที่ถูกต้องและเหมาะสมลงในช่องว่าง
ก.ไม่เช่นนั้น
ข.อนึ่ง
ค.สุดแต่ว่า
ง.อย่างไรก็ตาม
108.ข้อใดไม่จัดอยู่ในคำสันธานเชื่อมความเป็นเหตุเป็นผลกัน
ก.เพราะ........แต่
ข.เพราะว่า
ค.เพราะฉะนั้น
ง.เพราะ......จึง
109.คำอุทาน หมายถึงข้อใด
ก.คำที่ใช้แสดงอารมณ์
ข.คำที่ใช้ขยายถ้อยคำ
ค.คำที่ใช้เชื่อมต่อถ้อยคำ
ง.คำที่ใช้ขยายคำบุพบท
110.คำอุทานแบ่งออกเป็นกี่ชนิด
ก.2 ชนิด
ข.4 ชนิด
ค.6 ชนิด
ง.8 ชนิด
111.คำอุทานบอกอารมณ์ มักมีเครื่องหมายใดกำกับอยู่ด้านหลัง
ก.อัศเจรีย์
ข.ปรัศนี
ค.อัญญประกาศ
ง.สัญญประกาศ
112.“อาบน้ำอาบท่า” คำว่า อาบท่า เป็นคำชนิดใด
ก.คำอุทานเสริมบท
ข.คำอุทานบอกอาการ
ค.คำสันธานเชื่อมความให้สละสลวย
ง.คำสันธานเชื่อมความที่ต่างตอนกัน
113.“อุ๊ยตาย! อะไรกันเนี่ย” เป็นคำชนิดใด
ก.คำอุทานบอกอาการ
ข.คำอุทานเสริมบท
ค.คำสันธานเชื่อมความให้สละสลวย
ง.คำสันธานเชื่อมความที่ต่างตอนกัน
114.ข้อใดไม่ใช่หลักในการพูดโทรศัพท์ที่ถูกต้อง
ก.ใช้ถ้อยคำที่รุนแรงเมื่อจำเป็น
ข.ไม่ว่าร้ายหรือนินทาผู้อื่น
ค.พูดจาให้ตรงประเด็น
ง.ใช้คำพูดที่สุภาพอ่อนโยน
115.เมื่อมีคนโทรศัพท์มาหาพ่อแล้วพ่อไม่อยู่ เราจะบอกกับคนที่โทรมาว่าอย่างไร
ก.คุณพ่อไม่อยู่ครับ จะฝากข้อความไว้หรือเปล่าครับ
ข.พ่อไม่อยู่ ค่อยโทรมาใหม่ก็แล้วกัน
ค.คุณพ่อไม่ต้องการพูดสายกับคุณครับ
ง.คุณพ่อไม่อยู่ครับ และฝากบอกว่าถ้าคุณโทรมาไม่ต้องรับสาย
116.การแสดงความคิดเห็น เป็นการฝึกสิ่งใด
ก.ฝึกให้รู้จักใช้ความคิดกับสิ่งที่เราได้เห็น ได้ยินหรือรับรู้มา
ข.ฝึกให้มีความอดทนในสิ่งที่ได้เห็น ได้ยินหรือรับรู้มา
ค.ฝึกให้รู้จักประยุกต์ความรู้ที่ได้รับมาให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
ง.ฝึกให้เป็นคนไม่ประมาท
117.ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ที่ได้รับจากการแสดงความคิดเห็น
ก.สามารถหยั่งรู้จิตใจของคนอื่นได้
ข.เป็นการเพิ่มพูนความรู้ให้ตนเอง
ค.ทำให้เป็นคนมีเหตุมีผล
ง.เป็นการเสริมสร้างนิสัยที่ดี
118.“ถ้าตื่นแต่เช้า ฉันจะไปวิ่งออกกำลังกาย” ประโยคดังกล่าวมีคำสันธานชนิดใด
ก.คำสันธานเชื่อมคำที่แบ่งรับแบ่งสู้
ข.คำสันธานเชื่อมความที่ให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง
ค.คำสันธานเชื่อมความที่ต่างตอนกัน
ง.คำสันธานเชื่อมความเปรียบเทียบ
119.“มัวแต่หลงงมงายกับเรื่องไร้สาระจนไม่ลืมหูลืมตา เมื่อไหร่จะเจริญเสียที” จากประโยค ข้อใดเป็นคำอุทานเสริมบท
ก.ลืมหู
ข.เสียที
ค.งมงาย
ง.เมื่อไหร่
120.“...................มาตีฉันทำไม เจ็บนะ” ควรเติมคำว่าอะไร
ก.โอ๊ย!
ข.เฮ้อ!
ค.ว้า!
ง.โอ้โห!
121.ประโยคที่นำคำมาเรียงกันแล้วได้ความหมายสมบูรณ์ เรียกว่าอะไร
ก.ประโยคความเดียว
ข.ประโยคความเรียง
ค.ประโยคความรวม
ง.ประโยคความเดี่ยว
122.ประโยคความเดียว ประกอบด้วยอะไรบ้าง
ก.ภาคประธาน ภาคแสดง และส่วนขยาย
ข.ภาคประธาน และภาคแสดง
ค.ภาคประธาน ภาคแสดง และภาคกรรม
ง.ภาคประธาน ภาคแสดง และภาคพิเศษ
123.ส่วนขยายของประโยค เรียกอีกอย่างว่าอะไร
ก.บทขยาย
ข.ภาคกรรม
ค.บทกรรม
ง.ภาคพิเศษ
124.ประโยคความเดียวมี 2 ชนิด อะไรบ้าง
ก.ประโยค 2 ส่วน และ ประโยค 3 ส่วน
ข.ประโยค 1 ส่วน และ ประโยค 3 ส่วน
ค.ประโยค 1 ส่วน และ ประโยค 2 ส่วน
ง.ประโยค 3 ส่วน และ ประโยค 4 ส่วน
125.ประโยค 2 ส่วนประกอบด้วยอะไรบ้าง
ก.ประธานและกริยา
ข.ประธานและกรรม
ค.กริยาและกรรม
ง.ประธานและส่วนขยายประธาน
126.คำกริยาในประโยค 3 ส่วนเป็นคำกริยาชนิดใด
ก.สกรรมกริยา
ข.อกรรมกริยา
ค.วิกตรรถกริยา
ง.กริยานุเคราะห์
127.“แมวกินปลาย่าง” เป็นประโยคความเดียวชนิดใด
ก.ประโยค 3 ส่วน
ข.ประโยค 2 ส่วน
ค.ประโยค 1 ส่วน
ง.ประโยค 4 ส่วน
128.“แม่ใช่จ่ายเงินอย่างรอบคอบ” คำว่า รอบคอบ เป็นบทขยายของส่วนใด
ก.ขยายกริยา
ข.ขยายประธาน
ค.ขยายกรรม
ง.ขยายคำบุพบท
129.“ลิงชอบกินกล้วยสุก” คำว่า สุก เป็นส่วนใดของประโยค
ก.บทขยายกรรม
ข.กรรม
ค.บทขยายกริยา
ง.บทขยายประธาน
130.“พี่ชายของฉันเป็นคนมีน้ำใจ” คำว่า ของฉัน เป็นส่วนใดของประโยค
ก.บทขยายประธาน
ข.กริยา
ค.ประธาน
ง.บทขยายกรรม
131.การเขียนเรียงความ มีส่วนประกอบอะไรบ้าง
ก.คำนำ เนื้อเรื่อง สรุป
ข.คำนำ สารบัญ เนื้อเรื่อง
ค.คำนำ สารบัญ เนื้อเรื่อง สรุป
ง.คำนำ เนื้อเรื่อง ดรรชนีคำ
132.ข้อใดคือลักษณะของการเขียนเรียงความที่ดี
ก.เนื้อหามีการเรียงลำดับที่มีความต่อเนื่องกัน
ข.เนื้อหาวกไปวนมาเพื่อสร้างจุดสนใจให้น่าอ่าน
ค.ถ้าหน้ากระดาษไม่พอไม่ต้องเขียนสรุปก็ได้
ง.ต้องเขียนให้จบใน 1 หน้ากระดาษ A4
133.คำว่า กิน ใช้ภาษาที่เป็นทางการว่าอะไร
ก.รับประทาน
ข.เสวย
ค.เคี้ยว
ง.บรรทม
134.คำว่า “เกิบ” ภาษาถิ่นของภาคเหนือหมายถึงอะไร
ก.รองเท้า
ข.วิ่ง
ค.หน้ากาก
ง.มือ
135.“บักนัด” ภาษาถิ่นของภาคอีสานหมายถึงอะไร
ก.สับปะรด
ข.ผู้หญิงชื่อนัด
ค.การนัดหมายกัน
ง.มะละกอ
136.ประโยคในข้อใดเป็นประโยคความรวม
ก.ฉันทำการบ้านแต่น้องวิ่งเล่น
ข.เขาไม่ได้ทำการบ้านเลยตั้งแต่เมื่อวาน
ค.แม่ทำอาหารอร่อยมาก
ง.วันนี้สุดาไม่ได้มาโรงเรียน
137.ข้อใดไม่ใช่ประโยคความรวม
ก.สุนัขตัวนี้ไม่ได้กินอาหารมาหลายวันแล้ว
ข.หนุ่มลืมทำการบ้านเขาจึงถูกครูตี
ค.ฉันไปวัดกับคุณยายส่วนน้องอยู่บ้านกับแม่
ง.อาทิตย์ชอบเล่นฟุตบอลแต่เขาไม่ชอบอ่านหนังสือ
138.จากประโยค “อาทิตย์ไม่ได้อ่านหนังสือเขาจึงสอบตก แต่สมใจขยันอ่านหนังสือเขาจึงสอบได้” มีประโยคย่อยอยู่กี่ประโยค
ก.4 ประโยค
ข.3 ประโยค
ค.5 ประโยค
ง.6 ประโยค
139.พยัญชนะกล้ำมีอะไรบ้าง
ก.ร   ล   ว
ข.ย   ห   อ
ค.ร   ล   ว   ห   ย   อ
ง.ร   ห   ว
140.ข้อใดเป็นคำควบกล้ำแท้ทั้งหมด
ก.ไขว่คว้า   แกล้วกล้า
ข.ทรุดโทรม   ขวักไขว่
ค.สรงน้ำ   ทรวดทรง
ง.จริงใจ   สร้อยแหวน
141.ข้อใดเป็นคำควบกล้ำไม่แท้ทั้งหมด
ก.ทราบ   แสร้ง
ข.ทรัพย์   กรับ
ค.สร้อย   กลอย
ง.ทราย   จันทรา
142.ข้อใดเป็นคำควบกล้ำแท้
ก.เปลี่ยน
ข.สร้าง
ค.เศร้า
ง.อินทรีย์
143.ข้อใดเป็นคำควบกล้ำไม่แท้
ก.จริง
ข.ขรึม
ค.ความ
ง.ขวัญ
144.ข้อใดอ่านออกเสียง “ทร” แตกต่างจากพวก
ก.นิทรา
ข.พุทรา
ค.ทราบ
ง.ทรวดทรง
145.ข้อใดอ่านถูก
ก.สมุทรปราการ อ่านว่า สะ-หมุด-ปรา-กาน
ข.สมุทรสงคราม อ่านว่า สะ-มุด-สง-คราม
ค.เผชิญ อ่านว่า ผะ-เหชิน
ง.ไผท อ่านว่า ผะ-ไหท
146.ข้อใดอ่านผิด
ก.กนก อ่านว่า กะ-นก
ข.ขนาด อ่านว่า ขะ-หนาด
ค.อร่อย อ่านว่า อะ-หร่อย
ง.จริต อ่านว่า จะ-หริด
147.ข้อใดอ่านถูก
ก.ผยอง อ่านว่า ผะ-หยอง
ข.สนุก อ่านว่า สะ-นุก
ค.สบาย อ่านว่า สะ-หบาย
ง.เผชิญ อ่านว่า ผะ-เหชิน
148.ข้อใดอ่านผิด
ก.อำมาตย์ อ่านว่า อำ-มาด
ข.หทัย อ่านว่า หะ-ไท
ค.เสด็จ อ่านว่า สะ-เด็ด
ง.เตลิด อ่านว่า ตะ-เหลิด
149.ข้อใดไม่ควรปฏิบัติในขณะดูรายการโต้วาที
ก.ดูไปแล้วหันมาวิจารณ์เรื่องที่กำลังโต้วาทีกับเพื่อน
ข.ทำความเข้าใจกับเรื่องที่กำลังโต้วาทีนั้น
ค.นำข้อคิดที่ได้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเอง
ง.จับใจความสำคัญกับเรื่องที่ฟังหรือดู
150.ข้อใดเป็นหลักปฏิบัติอย่างแรกในการเขียนเชิงสร้างสรรค์
ก.คิดเรื่องที่ต้องการเขียน
ข.สรุปคร่าวๆ ในเรื่องที่ต้องการเขียน
ค.เขียนโครงเรื่องของเรื่องที่ต้องการเขียน
ง.นำเรื่องที่ต้องการเขียนมาเขียนเรียบเรียงให้ได้ใจความ
151.ประโยคในข้อใดมีความหมายโดยตรง
ก.มีกล้วยวางอยู่บนโต๊ะ
ข.ข้อสอบวิชานี้กล้วยๆ ใครก็ทำได้
ค.ของหมูๆ ทำได้อยู่แล้ว
ง.วิชานี้น่าเบื่อ พวกเราจึงชอบโดดร่มบ่อยๆ
152.ประโยคในข้อใดมีความหมายโดยตรง
ก.พ่อเลี้ยงหมู 3 ตัว
ข.ของหมูๆ ใครก็ทำได้
ค.วันนี้มีสูตรเด็ดในการทำอาหารมาฝาก
ง.ข้อสอบวิชานี้หินมากๆ
153.ประโยคในข้อใดมีความหมายโดยนัย
ก.เดี๋ยวแนะนำวิธีทำงานให้ รับรองเด็ดแน่
ข.ห้ามเด็ดดอกไม้ในสวน
ค.ชาคุณภาพต้องเด็ดเอายอดอ่อน
ง.กาญจนาชอบเด็ดดอกไม้มาดม
154.ประโยคในข้อใดมีความหมายโดยนัย
ก.ตั้งแต่ทำข้อสอบมาวิชาคณิตศาสตร์หินที่สุด
ข.เราชอบเอาหินสีมาร้อยเป็นสร้อยคอ
ค.สมพลสะดุดก้อนหินล้ม
ง.ครกใบนี้ทำมาจากหินอ่อน
155.ภาพจำลองของผิวโลก เรียกว่าอะไร
ก.แผนที่
ข.แผนภูมิ
ค.สัญลักษณ์
ง.แผนผัง
156.แผนภูมิมีกี่รูปแบบ อะไรบ้าง
ก.3 รูปแบบ ได้แก่ แผนภูมิรูปภาพ  แผนภูมิแท่ง  แผนภูมิวงกลม
ข.3 รูปแบบ ได้แก่ แผนภูมิรูปภาพ  แผนภูมิแท่ง  แผนภูมิสัญลักษณ์
ค.2 รูปแบบ ได้แก่ แผนภูมิรูปภาพ  แผนภูมิแท่ง
ง.2 รูปแบบ ได้แก่ แผนภูมิรูปภาพ  แผนภูมิสัญลักษณ์
157.การประชุมกลุ่มย่อยต้องมีสมาชิกไม่เกินกี่คน
ก.ไม่เกิน 12 คน
ข.ไม่เกิน 10 คน
ค.ไม่เกิน 11 คน
ง.ไม่เกิน 13 คน
158.ในการประชุมกลุ่มย่อย ใครมีหน้าที่สรุปความคิดเห็นของที่ประชุม
ก.เลขานุการ
ข.ประธาน
ค.สมาชิก
ง.ทุกคนในกลุ่ม
159.ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของการโต้วาที
ก.เลขานุการในการโต้วาที
ข.ประธานการโต้วาที
ค.คณะกรรมการตัดสิน
ง.เวลา
160.ถ้ากล่าวถึงการโต้วาที คำว่า “ญัตติ” หมายถึงข้อใด
ก.หัวข้อที่นำมาโต้วาที
ข.บทสรุปในการโต้วาที
ค.เกณฑ์การตัดสินในการโต้วาที
ง.ผู้ที่จัดให้มีการโต้วาทีขึ้น
161.จากภาพแผนภูมิดังกล่าวเป็นแผนภูมิชนิดใด02*
ก.แผนภูมิแท่ง
ข.แผนภูมิรูปภาพ
ค.แผนภูมิวงกลม
ง.แผนผังภาพ
162.จากแผนภูมิรูปภาพ เดือนใดขายมะนาวได้มากที่สุด02*
ก.เดือนกรกฎาคม
ข.เดือนเมษายน
ค.เดือนพฤษภาคม
ง.เดือนมิถุนายน
163.เดือนพฤษภาคมขายแตงโมได้น้อยกว่ามะม่วงกี่ผล02*
ก.10 ผล
ข.20 ผล
ค.5 ผล
ง.50 ผล
164.เดือนใดขายแตงโมได้ในจำนวนเท่ากัน02*
ก.เดือนกรกฎาคม กับ เดือนเมษายน
ข.เดือนกรกฎาคม กับ เดือนพฤษภาคม
ค.เดือนมิถุนายน กับ เดือนเมษายน
ง.เดือนมิถุนายน กับ เดือนกรกฎาคม
165.“ใกล้สอบแล้ว อย่าโดดร่มบ่อยนัก เดี๋ยวจะสอบตก” คำว่า โดดร่ม ในประโยคนี้หมายถึงข้อใด
ก.ไม่เข้าเรียน
ข.การกระโดดจากเครื่องบินโดยมีร่มชูชีพ
ค.ไม่ตั้งใจเรียน
ง.เอาใจใส่การเรียน
166.อักษรย่อหมายถึงข้อใด
ก.ตัวอักษรที่ใช้เขียนย่อคำให้สั้นลง
ข.ตัวอักษรที่ใช้ย่อประโยคให้สั้นลง
ค.ตัวอักษรที่ขยายคำให้มีความหมายชัดเจนขึ้น
ง.ตัวอักษรตัวสุดท้ายของคำหรือประโยค
167.คำในข้อใดใช้อักษรย่อได้ถูกต้อง
ก.เด็กหญิง ใช้อักษรย่อว่า ด.ญ.
ข.เด็กชาย ใช้อักษรย่อว่า ดช.
ค.โรงเรียน ใช้อักษรย่อว่า ร.ร.
ง.ถนน ใช้อักษรย่อว่า ถน.
168.ข้อใดเป็นอักษรย่อของคำว่า “จักรยานยนต์”
ก.จยย.
ข.จย.
ค.จกย.
ง.จกยย.
169.ข้อใดใช้อักษรย่อผิด
ก.กรุงเทพมหานคร ใช้อักษรย่อว่า กท.
ข.ประถมศึกษา ใช้อักษรย่อว่า ป.
ค.สมาชิกวุฒิสภา ใช้อักษรย่อว่า สว.
ง.ศาสตราจารย์ ใช้อักษรย่อว่า ศ.
170.“พ.ร.บ.” ย่อมาจากคำว่าอะไร
ก.พระราชบัญญัติ
ข.พระราชบัณฑิต
ค.พระราชบัญชา
ง.พระราชบัลลังก์
171.“พ.ต.” ย่อมาจากคำว่าอะไร
ก.พันตรี
ข.พลตรี
ค.พันตำรวจตรี
ง.พลตำรวจตรี
172.ขั้นตอนการเขียนรายงานหลังจาก “หาแหล่งความรู้” แล้วต่อไปเป็นขั้นตอนใด
ก.อ่านและบันทึกความรู้
ข.กำหนดหัวเรื่อง
ค.วางเค้าโครงเรื่อง
ง.ลงมือเขียนรายงาน
173.การระบุ “วัน เดือน ปี ที่ประกาศ” อยู่ในส่วนใดของการเขียนประกาศ
ก.ส่วนท้าย
ข.ส่วนต้น
ค.ส่วนเนื้อเรื่อง
ง.ส่วนกลาง
174.ข้อใดคือประโยชน์ของการแบ่งย่อหน้า
ก.ทำให้งานเขียนเป็นระเบียบเรียบร้อย
ข.ทำให้งานที่ได้กระชับสั้นลง
ค.ทำให้เกิดความซับซ้อนมากขึ้น
ง.ทำให้มีอิสระในการเขียน โดยไม่ต้องคำนึงถึงเนื้อหา
175.การเขียนบรรณานุกรม ต้องเรียงลำดับตามข้อใด
ก.ชื่อผู้แต่ง, ชื่อหนังสือ, ชื่อสำนักพิมพ์, ปีที่พิมพ์
ข.ชื่อหนังสือ, ชื่อผู้แต่ง, ชื่อสำนักพิมพ์, ปีที่พิมพ์
ค.ชื่อหนังสือ, ปีที่พิมพ์, ชื่อผู้แต่ง, ชื่อสำนักพิมพ์
ง.ชื่อผู้แต่ง, ชื่อหนังสือ, ปีที่พิมพ์, ชื่อสำนักพิมพ์
176.ข้อความใดจัดเป็นสำนวน
ก.เขียนเสือให้วัวกลัว
ข.น้ำขึ้นให้รีบตัก
ค.ปิดทองหลังพระ
ง.ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
177.ข้อความใดจัดเป็นสุภาษิต
ก.ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ
ข.คางคกขึ้นวอ
ค.แกะดำ
ง.ขี่ช้างจับตั๊กแตน
178.สำนวนในข้อใดหมายถึง คนที่พูดจาไม่มีหางเสียง
ก.มะนาวไม่มีน้ำ
ข.คางคกขึ้นวอ
ค.ชักแม่น้ำทั้งห้า
ง.ขมเหมือนบอระเพ็ด
179.ข้อความใดจัดเป็นคำพังเพย
ก.วัวหายล้อมคอก
ข.ขมเหมือนบอระเพ็ด
ค.ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
ง.หามรุ่ง หามค่ำ
180.คำพังเพยในข้อใดหมายถึง “คนที่ทำตัวแตกต่างไปจากคนอื่น”
ก.แกะดำ
ข.จับปลาสองมือ
ค.ปิดทองหลังพระ
ง.ตีตนไปก่อนไข้
181.ภาษาปากหมายถึงข้อใด
ก.ภาษาที่ใช้พูดกันในชีวิตประจำวัน
ข.ภาษาที่ใช้ในระดับทางการ
ค.ภาษาที่ใช้ในระดับกึ่งทางการ
ง.ภาษาที่ใช้ท่าทางเพื่อสื่อสาร
182.ภาษาที่ถูกต้องและใช้ในระดับทางการ เป็นภาษาระดับใด
ก.ภาษาแบบแผน
ข.ภาษากึ่งแบบแผน
ค.ภาษาปาก
ง.อวัจนะภาษา
183.คำว่า “รับประทาน” จัดอยู่ในภาษาระดับใด
ก.ภาษาแบบแผน
ข.อวัจนะภาษา
ค.ภาษากึ่งแบบแผน
ง.วัจนะภาษา
184.คำว่า “หัว” จัดอยู่ในภาษาระดับใด
ก.ภาษากึ่งแบบแผน
ข.ภาษาแบบแผน
ค.ภาษาปาก
ง.อวัจนะภาษา
185.“สมชายขี้เกียจทำงาน สะสมไว้จนกลายเป็น.................” สำนวนใดเหมาะที่จะเติมลงในช่องว่าง
ก.ดินพอกหางหมู
ข.คางคกขึ้นวอ
ค.วัวลืมตีน
ง.กิ้งก่าได้ทอง
186.เครื่องหมาย จุลภาค ใช้ในกรณีใด
ก.ใช้คั่นข้อความที่ไม่ยาวมาก
ข.ใช้เขียนหลังอักษรย่อ
ค.ใช้เขียนไว้ระหว่างคำที่แยกพยางค์กัน
ง.ใช้เขียนเพื่อเว้นช่องว่างให้เติมคำ
187.การเขียนอักษรย่อ ควรใช้เครื่องหมายใด
ก.เครื่องหมายมหัพภาค
ข.เครื่องหมายจุลภาค
ค.เครื่องหมายจุดไข่ปลา
ง.เครื่องหมายอัญประกาศ
188.เครื่องหมายคำพูด เรียกเป็นทางการว่าอย่างไร
ก.เครื่องหมายอัญประกาศ
ข.เครื่องหมายสัญประกาศ
ค.เครื่องหมายมหัพภาค
ง.เครื่องหมายยัตติภังค์
189.เครื่องหมายยัตติภังค์ ใช้ในกรณีใด
ก.ใช้เขียนระหว่างคำที่เขียนแยกพยางค์กัน
ข.ใช้เขียนเพื่อบอกให้ทราบว่าเป็นการสนทนากัน
ค.ใช้เขียนหลังคำย่อต่างๆ
ง.ใช้เขียนเพื่อคั่นข้อความหรือตัวเลข
190.กาพย์สุรางคนางค์ 28 ใน 1 บท มีกี่วรรค
ก.7 วรรค
ข.6 วรรค
ค.4 วรรค
ง.2 วรรค
191.ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของคำไทยแท้
ก.คำไทยแท้ต้องมีอักษรการันต์
ข.คำไทยแท้มักใช้ตัวสะกดตรงตามมาตรา
ค.คำไทยแท้มักเป็นคำพยางค์เดียวโดดๆ
ง.คำไทยแท้ใช้วรรณยุกต์เพื่อแสดงความหมายของคำ
192.ข้อใดเป็นคำไทยแท้ทั้งหมด
ก.ระฆัง   ศอก
ข.เฒ่า   ตำรวจ
ค.กริช   ซินแส
ง.เขียน   เจริญ
193.คำในข้อใดมาจากภาษาสันสกฤต
ก.สวรรค์
ข.พราหมณ์
ค.ยีราฟ
ง.บรรทุก
194.คำในข้อใดมาจากภาษาบาลี
ก.พราหมณ์
ข.ฤๅษี
ค.ศรัทธา
ง.บรรทุก
195.คำในข้อใดมาจากภาษาอังกฤษ
ก.แสตมป์
ข.กีฬา
ค.บรรณารักษ์
ง.ตำรวจ
196.คำในข้อใดไม่ใช่คำไทยแท้
ก.เจริญ
ข.โอ๊ย
ค.เปลว
ง.เมือง
197.คำว่า “ธรรมชาติ” เป็นคำที่มาจากภาษาใด
ก.สันสกฤต
ข.บาลี
ค.ชวา
ง.เขมร
198.คำที่มักขึ้นต้นด้วย “บำ  บรร  บัง” มักมาจากภาษาใด
ก.เขมร
ข.ชวา
ค.สันสกฤต
ง.จีน
199.ข้อใดไม่ควรปฏิบัติในขณะพูดแบบเป็นทางการ
ก.เอามือล้วงกระเป๋าขณะพูด
ข.ใช้ถ้อยคำที่สุภาพในการพูด
ค.ไม่พูดจาดูถูกคนฟัง
ง.กล่าวทักทายก่อนพูด
200.ข้อใดสำคัญที่สุดในการเขียนสรุปเรื่อง
ก.สรุปใจความสำคัญให้ครบถ้วน
ข.เขียนสรุปใจความให้สั้นที่สุด
ค.คัดลอกข้อความที่สำคัญมาเขียนสรุป
ง.ใช้ภาษาที่สลับซับซ้อนเพื่อให้น่าอ่าน

No comments:

Post a Comment